ทำงานได้ เที่ยวได้ เทรนด์ Workation คืออะไร ที่กำลังมาแรงทั่วโลก

ทำงานได้ เที่ยวได้ เทรนด์ Workation คืออะไร ที่กำลังมาแรงทั่วโลก

ในยุคหลังโควิด-19 รูปแบบการทำงานของคนทั่วโลกได้เปลี่ยนไปอย่างมาก การทำงานที่บ้าน (Work From Home) กลายเป็นเรื่องปกติ และสิ่งที่พัฒนาไปอีกขั้นคือ “Workation” — การทำงานและท่องเที่ยวไปพร้อมกันในทริปเดียว

เทรนด์นี้เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่ ฟรีแลนซ์ และพนักงานบริษัทที่สามารถทำงานแบบ Remote Work ได้จากทุกที่ในโลก ขอแค่มีอินเทอร์เน็ตและโน้ตบุ๊กหนึ่งเครื่อง

รายงานจาก Workation.com ระบุว่า 85% ของพนักงานทั่วโลกต้องการทำงานในสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อเพิ่มแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ การ Workation ไม่ใช่เพียง “ทำงานนอกสถานที่” เท่านั้น แต่ยังเป็นการออกจากกรอบชีวิตประจำวัน เพื่อเติมไฟให้กับงานและชีวิตไปพร้อมกัน

Workation คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร

คำว่า “Workation” มาจากการผสมคำระหว่าง “Work” (ทำงาน) และ “Vacation” (พักผ่อน/เที่ยว) หมายถึงการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวหรือเมืองใหม่ ๆ แล้วทำงานไปด้วย โดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพการทำงาน

ประโยชน์ของการ Workation มีมากมายกว่าที่คิด:

  1. เพิ่มแรงบันดาลใจในการทำงาน – การได้อยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์

  2. ลดความเครียดและความเหนื่อยล้า – เมื่อสมองได้พักจากบรรยากาศเดิม ๆ

  3. สร้างสมดุลชีวิต (Work-Life Balance) – ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องรอวันลา

  4. ขยายเครือข่ายและโอกาสใหม่ – พบปะผู้คนจากหลายประเทศใน Co-working Space

  5. สนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น – โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวที่รองรับนักทำงานดิจิทัล

ปัจจุบันหลายบริษัททั่วโลก รวมถึงในเอเชีย เริ่มส่งเสริมให้พนักงานทำ Workation เป็นสวัสดิการรูปแบบใหม่ เพราะพบว่าช่วยเพิ่ม Productivity ได้จริง

แนวทางเตรียมตัวก่อนเริ่ม Workation

ก่อนแพ็กกระเป๋าออกไปทำงานพร้อมเที่ยว ลองเช็กลิสต์เตรียมตัวเหล่านี้ให้พร้อมก่อน

เลือกสถานที่ให้เหมาะกับลักษณะงาน

บางคนต้องการความสงบ บางคนต้องการแรงบันดาลใจ ดังนั้นควรเลือกสถานที่ที่มีสภาพแวดล้อมสอดคล้องกับงาน เช่น เมืองเงียบ ๆ สำหรับเขียนงาน หรือชายหาดสำหรับดีไซเนอร์ที่ต้องการแรงบันดาลใจ

ตรวจสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต

Wi-Fi คือหัวใจของ Workation! อย่าลืมตรวจสอบว่าโรงแรมหรือ Co-working Space มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงพอสำหรับงานประชุมวิดีโอ หรืออัปโหลดไฟล์ขนาดใหญ่

ที่พักต้องรองรับการทำงาน

เลือกที่พักที่มีโต๊ะทำงาน เก้าอี้สบาย ๆ และมีปลั๊กไฟเพียงพอ บางโรงแรมมีแพ็กเกจ “Workation Package” พร้อมอาหาร เครื่องดื่ม และบริการห้องประชุมให้ใช้

วางแผนตารางงานและเที่ยวให้ชัดเจน

แบ่งเวลาเช้า–บ่ายเป็นช่วงทำงาน และช่วงเย็นเป็นเวลาเที่ยว เพื่อไม่ให้ทั้งสองส่วนทับซ้อนกัน

เตรียมอุปกรณ์เสริม

เช่น Power Bank, หูฟังตัดเสียงรบกวน, และอุปกรณ์เชื่อมต่อไฟฟ้าในต่างประเทศ (Adapter)

เกณฑ์เลือกสถานที่ที่เหมาะกับ Workation

เมื่อเลือกจุดหมายปลายทาง ควรพิจารณาเกณฑ์เหล่านี้เพื่อให้ทริป Workation ของคุณราบรื่น

  1. มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่เสถียร

  2. ค่าใช้จ่ายเหมาะสม ทั้งค่าที่พักและค่าครองชีพ

  3. มีสถานที่พักผ่อนและท่องเที่ยวใกล้ที่พัก

  4. บรรยากาศสงบ ปลอดภัย

  5. มีกลุ่มคนทำงานหรือ Digital Nomad Community ที่สามารถแลกเปลี่ยนความคิดได้

แนะนำสถานที่ Workation ในประเทศลาว

ลาวกำลังกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายใหม่ของชาวดิจิทัลทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะมีค่าครองชีพต่ำ เมืองสงบ อินเทอร์เน็ตพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีธรรมชาติที่สวยงามไม่แพ้ใคร

เวียงจันทน์ (Vientiane)

เมืองหลวงของลาวที่เต็มไปด้วยความสงบและกลิ่นอายวัฒนธรรม เหมาะกับคนที่ต้องการทำงานในเมืองแต่ไม่วุ่นวาย

จุดเด่น

  • คาเฟ่สไตล์มินิมอลมากมาย เช่น Naked Espresso, Le Trio Coffee

  • Co-working space เช่น TOH-LAO Coworking

  • วิวแม่น้ำโขงและสวนสาธารณะสำหรับพักผ่อนหลังเลิกงาน

กิจกรรมแนะนำหลังเลิกงาน: เดินเล่นริมโขง ชมพระอาทิตย์ตก หรือแวะชิมอาหารลาวรสแท้ที่ตลาดกลางคืน

หลวงพระบาง (Luang Prabang)

เมืองมรดกโลกที่เต็มไปด้วยวัดโบราณและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เหมาะกับสายชิลล์ที่ต้องการแรงบันดาลใจจากบรรยากาศสงบ

ทำไมถึงเหมาะกับ Workation

  • คาเฟ่เงียบ ๆ ริมแม่น้ำ

  • มีโฮมสเตย์และบูติกโฮเทลที่รองรับนักทำงานดิจิทัล

  • วิวภูเขาและน้ำตกกวางสีช่วยรีเฟรชสมอง

กิจกรรมหลังเลิกงาน: ปั่นจักรยานรอบเมืองเก่า หรือไหว้พระที่วัดเชียงทอง

วังเวียง (Vang Vieng)

เมืองแห่งธรรมชาติและกิจกรรมผจญภัยที่กำลังฮอตในกลุ่ม Workation ชาวต่างชาติ

เหตุผลที่ควรมาวังเวียง

  • วิวภูเขาและแม่น้ำซองสุดอลังการ

  • มีรีสอร์ตหลายแห่งที่มีพื้นที่ทำงานพร้อมวิวธรรมชาติ

  • อินเทอร์เน็ตแรงขึ้นมากในช่วงหลัง มีคาเฟ่แนว Co-working ให้เลือกหลายแห่ง

กิจกรรมยอดนิยม: ล่องห่วงยางในแม่น้ำซอง, ปีนเขาถ่ายวิวเมือง หรือขึ้นบอลลูนชมพระอาทิตย์ตก

แนะนำสถานที่ Workation ต่างประเทศ

ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศมากกว่านี้ ลองดูจุดหมาย Workation ยอดนิยมในต่างประเทศ ทั้งในเอเชียและยุโรป

โตเกียว (Tokyo) – ญี่ปุ่น

เมืองที่ได้รับการจัดอันดับเป็น “เมืองที่เหมาะกับ Workation ที่สุดในโลกปี 2025” จาก CNTraveller.com

เหตุผลที่โตเกียวติดอันดับ

  • อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั่วเมือง

  • มี Co-working space คุณภาพ เช่น WeWork, The Hive Jinnan

  • โรงแรมหลายแห่งมี “Workation Package” พร้อมห้องพักยาวรายสัปดาห์

  • ระบบขนส่งสะดวกสุด ๆ

สถานที่เที่ยวหลังเลิกงาน: เดินชินจูกุ ชิมราเม็งแท้ หรือพักผ่อนที่สวนอุเอโนะ

บูดาเปสต์ (Budapest) – ฮังการี

เมืองสวยริมแม่น้ำดานูบที่กลายเป็นสวรรค์ของเหล่า Digital Nomad ในยุโรป

จุดเด่น

  • ค่าใช้จ่ายไม่แพงเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ในยุโรป

  • มีโครงสร้างพื้นฐานด้านอินเทอร์เน็ตดี

  • คาเฟ่เงียบสวย เช่น Espresso Embassy, My Little Melbourne

  • วิวสถาปัตยกรรมแบบยุโรปคลาสสิก ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ

สิงคโปร์ (Singapore) – เมืองศูนย์กลาง Workation แห่งเอเชีย

สิงคโปร์คือหนึ่งในจุดหมาย Workation ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยี ความปลอดภัย และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เหมาะกับคนทำงานยุคดิจิทัลที่ต้องการบาลานซ์ระหว่าง “ประสิทธิภาพ” และ “ไลฟ์สไตล์”

เหตุผลที่เหมาะกับ Workation

  • เดินทางง่าย ไม่ต้องขอวีซ่าสำหรับคนไทย อยู่ได้สูงสุด 30 วัน

  • อินเทอร์เน็ตความเร็วเฉลี่ยสูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ตามรายงานของ Speedtest Global Index 2025) ไม่ว่าจะอยู่ในคาเฟ่ ร้านอาหาร หรือสวนสาธารณะ อินเทอร์เน็ต Wi-Fi ก็พร้อมใช้งานเกือบทุกแห่ง

  • Co-working Space มากมาย เช่น The Great Room, JustCo, WeWork Singapore ที่มีบริการครบตั้งแต่ห้องประชุมถึงกาแฟพรีเมีย

  • คาเฟ่บรรยากาศดี เหมาะนั่งทำงาน ตัวอย่างเช่น Toby’s Estate (Robertson Quay), The Glasshouse (Chijmes)

  • ระบบขนส่งสาธารณะสะดวก ปลอดภัย MRT ครอบคลุมทั่วเมือง ไม่ต้องเช่ารถ

  • เมืองสะอาดและปลอดภัยมาก เหมาะกับคนที่ต้องการสมาธิและความสงบ

    แนะนำคาเฟ่ที่เหมาะสำหรับการทำงานในสิงคโปร์ : Toby’s Estate กับ The Glasshouse

เคล็ดลับทำงานให้ได้ผลและเที่ยวให้สนุกใน Workation

  1. วางแผนล่วงหน้าเสมอ – จัดตารางงานและเที่ยวให้ไม่ทับกัน

  2. ใช้เครื่องมือออนไลน์ให้คุ้มค่า เช่น Google Calendar, Notion, Zoom

  3. หา Routine ใหม่ในที่ใหม่ – เช่น เริ่มวันด้วยกาแฟที่คาเฟ่โปรด แล้วค่อยเริ่มงาน

  4. สร้างเครือข่าย – เข้าร่วมกลุ่ม Digital Nomad หรือกิจกรรมในพื้นที่

  5. อย่าลืมพักจริง ๆ – บางคน Workation จนกลายเป็นแค่ Work เฉย ๆ

เลือกเวลาเที่ยวให้เหมาะกับสภาพอากาศ โดยเฉพาะในประเทศเขตร้อนหรือหนาวจัด

ทำงานได้ เที่ยวได้ เทรนด์ Workation คืออะไร ที่กำลังมาแรงทั่วโลก​

สิ่งที่ควรระวังก่อนและระหว่าง Workation

แม้ Workation จะดูสบาย แต่ก็มีสิ่งที่ควรระวังเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

  • ไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตไม่เสถียร – พก Pocket Wi-Fi หรือซิมสำรองไว้เสมอ

  • ค่าใช้จ่ายบานปลาย – ตั้งงบประมาณต่อวันและใช้แอปติดตามค่าใช้จ่าย

  • Timezone ต่างประเทศ – ถ้ามีประชุมกับทีมในไทย ต้องบริหารเวลาให้ดี

  • เอกสารการทำงานและวีซ่า – ตรวจสอบก่อนเดินทางว่าประเทศปลายทางอนุญาตให้ทำงานออนไลน์ได้หรือไม่

เลือกที่พักให้เหมาะกับการอยู่ยาว บางแห่งมีส่วนลดพิเศษสำหรับผู้เข้าพักระยะยาว

สร้างบาลานซ์ระหว่างงานและการเที่ยวด้วย Workation

การ Workation คือการเปลี่ยน “ชีวิตที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง” ให้กลายเป็น “ชีวิตที่ทำได้ทั้งสองอย่างพร้อมกัน” คุณสามารถทำงานได้ดีเหมือนเดิม (หรือดีกว่าเดิม!) ในขณะที่ได้สัมผัสวัฒนธรรม ธรรมชาติ และแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ไปพร้อมกัน

เทรนด์นี้ไม่ใช่แค่แฟชั่นของคนรุ่นใหม่ แต่เป็น “รูปแบบการทำงานแห่งอนาคต” ที่ให้ความยืดหยุ่นสูงสุดและสร้างความสุขในการใช้ชีวิต

“ทำงานจากที่ไหนก็ได้ ไม่ได้หมายถึงทำงานหนักขึ้น แต่หมายถึงใช้ชีวิตให้คุ้มค่าขึ้น”

Workation ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนที่ทำงาน แต่คือการเปลี่ยน “มุมมองการใช้ชีวิต” การได้ทำงานในที่ที่คุณรัก พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์และชื่นชมวิวใหม่ ๆ คือรางวัลที่ดีที่สุดสำหรับคนทำงานยุคนี้ ครั้งหน้าที่คุณรู้สึกเหนื่อยหรือหมดไฟจากการทำงาน อย่าเพิ่งลาออก ลอง “ลาไป Workation” แทนสิ เพราะบางครั้ง… แรงบันดาลใจใหม่ ๆ อาจรอคุณอยู่แค่ปลายทางของเที่ยวบิน